fbpx

Category Archives: บทความเกี่ยวกับกระดูกและข้อ

สาเหตุที่ทำให้ข้อเสื่อมเกิดจากอะไรบ้าง

โรคข้อเสื่อม

  โรคข้อเสื่อม เป็นโรคข้อเรื้อรังอีกชนิดหนึ่ง ที่พบได้บ่อยมาก ในบรรดาโรคข้อทั้งหลาย และมักจะพบได้กับคนอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากเกิดความเสื่อมของกระดูกอ่อนที่บุบริเวณปลายกระดูกข้อ จึงเป็นต้นเหตุให้ผิวของกระดูกอ่อนเปลี่ยนสภาพจากผิวเรียบมันกลายเป็นผิวที่ขรุขระ ส่งผลทำให้ข้อเกิดการติดขัดเวลาที่เคลื่อนไหวของร่างกายทำให้เกิดความเจ็บปวด อีกทั้งยังมีความผิดปกติที่หลากหลายที่สามารถพบได้จากพยาธิสภาพ และจากการฉายภาพเอกซเรย์ เริ่มต้นจากการสึกกร่อนของกระดูกข้อต่อ ทำให้ช่องว่างที่บริเวณข้อต่อเริ่มแคบลง ทำให้ขนาดของกระดูกข้อต่อใหญ่ขึ้น หรืออาจจะมีกระดูกงอกออกมา ร่วมกับมีการยืด หรือหย่อนยานของเอ็น และกล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ ข้อจนส่งผลทำให้ระยะสุดท้ายเกิดการผิดรูปของข้อต่อและเกิดการคดงอ หรือ ข้อโก่งได้ สาเหตุของโรคข้อเสื่อม โดยทั่วไปภายในข้อจะประกอบไปด้วยเยื่อบุข้อ, น้ำไขข้อ และกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อ กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อมีหน้าที่เป็นเหมือนตัวดูดซับแรงกดภายในข้อ และเป็นการป้องกันไม่ให้กระดูกที่อยู่ภายใต้ของกระดูกอ่อนกระแทกกับกระดูกของอีกฝั่ง ถ้าหากกระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามน้ำหนักหรือว่าแรงกดที่ข้อ ก็จะส่งผลทำให้กระดูกใต้ต่อกระดูกอ่อนผิวข้อเกิดการสัมผัสกัน กล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณรอบ ๆ ข้อถูกยืดเป็นเหตุทำให้เกิดอาการปวดตามมา ในปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบว่าการที่ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายเกิดมาจากสาเหตุใด และบุคคลที่มีความเสี่ยงได้แก่ คนที่มีน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งมักจะพบว่าคนอ้วนกับโรคข้อเสื่อมมีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง ซึ่งอาการของโรคข้อเสื่อมจะดีขึ้นเมื่อน้ำหนักลดลง ความหนาแน่นของกระดูก จะพบว่าในผู้หญิงที่มีข้อเสื่อม มักจะมีความหนาแน่นของกระดูกมากกว่าผู้หญิง ที่ไม่มีข้อเสื่อม อาจจะเกิดจากกระดูกใต้กระดูกอ่อนที่หุ้มอยู่เกิดการแข็งตัวมากทำให้ไม่สามารถดูดซับแรงกระแทกของกระดูกอ่อนได้ดี จึงทำให้เกิดการสึกหรอได้ง่าย เกิดความผิดปกติของข้อบางชนิด ซึ่งจะส่งผลทำให้ผิวของข้อไม่เรียบ หรือมีข้อต่อเคลื่อนไปจากที่เดิม จึงทำให้เกิดความเสื่อมได้ เกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผิวข้อได้โดยตรง ทำให้ผิวข้อไม่เรียบ หรือไม่เข้าที่ การประกอบอาชีพ จะพบว่าในอาชีพที่ต้องงอเข่าบ่อย ๆ หรือว่านักกีฬาบางประเภทอย่าง […]

ข้อมืออักเสบเกิดจากสาเหตุใด

              ก่อนอื่นก็ต้องขอยอมรับก่อนว่าในยุคนี้อาการปวดตรงบริเวณข้อมือนั้นมีอุบัติการณ์ที่สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ แพทย์พบว่าคนป่วยมีอาการเจ็บที่บริเวณข้อมือที่แผนกผู้ป่วยนอกแทบจะทุกวัน โดยอาการนี้เป็นได้ตั้งแต่เด็ก, ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ ทั้ง ๆ ที่อาการเหล่านี้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่กลับพบได้มากคล้ายกับจะเป็นโรคติดต่อเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อถามถึงสาเหตุก็พบว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน และพบว่าโทรศัพท์ของคนป่วยบางรายมีขนาดที่ใหญ่กว่ามือ จึงทำให้ต้องเกร็งและการใช้งานบริเวณข้อมืออย่างผิดปกติส่งผลทำให้เกิดการอักเสบตามมาในที่สุด การที่ข้อมืออักเสบเกิดจากการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็น และเส้นเอ็นตรงบริเวณข้อมือทางฝั่งนิ้วโป้งทำให้เกิดการกดทับของเส้นเอ็นบริเวณภายใน โดยส่วนมากแล้วจะพบกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่า โรคข้อมืออักเสบที่พบได้มากที่สุด   โดยเฉพาะคนที่ใช้มือทำงานบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ และข้อมืออยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้อง กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อเอ็นข้อมืออักเสบ คือ กลุ่มคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์  คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์  และหญิงตั้งครรภ์  เอ็นเป็นส่วนประกอบหลักที่ช่วยในการขยับข้อมือและนิ้วมือ โดยข้อมือถูกใช้งานอย่างหนักและต่อเนื่องกันในแต่ละวันนั้น จะทำให้อุณหภูมิของเอ็นข้อมือเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 10 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ทำให้เอ็นข้อมือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บได้โดยง่าย จึงไม่แปลกอะไรที่ในทุกวันนี้ มีคนป่วยที่เป็นโรคนิ้วล็อคตั้งแต่อายุยังน้อย และจะเห็นได้ว่าการเกิดข้อมืออักเสบนั้นไม่จำเป็นต้องยกของหนักหรือว่าได้เกิดประสบอุบัติเหตุเลย   เนื่องจากการใช้งานซ้ำไปซ้ำมาเป็นประจำก็สามารถทำให้เกิดการอักเสบได้ และถ้าหากยังปล่อยเอาไว้นานเพียงเพราะว่าอาการเจ็บปวดที่เล็กน้อยก็อาจจะทำให้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเรื้อรังกลายเป็นโรคที่ทำให้เราต้องเจ็บปวดและทรมานได้ในอนาคต               ดังนั้นการที่ข้อมืออักเสบ เกิดมาจากการที่ข้อมือของเราไปกระแทกกับวัตถุหรือสิ่งของที่แข็ง แม้กระทั้งการใช้งานบริเวณข้อมือบ่อยมากจนเกินไปก็สามารถทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ส่วนใหญ่และจะพบในกลุ่มคนที่ใช้งานบริเวณข้อมือในการทำงานต่าง ๆ อย่างหนัก […]

ดูแลกระดูกอย่างไรเมื่ออายุมากขึ้น

ดูแลกระดูก

         เป็นที่รู้ ๆ กันดีอยู่แล้วว่าเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้นก็มักจะพบกับปัญหาเรื่องของสุขภาพที่หลาย ๆ อย่างเช่น ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับกระดูกพรุนและกระดูกเสื่อมซึ่งปัญหาทั้ง 2 โรคนี้จะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและในผู้หญิงที่วัยหมดประจำเดือนจะมีภาวะโรคกระดูกพรุนมากกว่าคนอื่นและอาการจะแสดงเร็วกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า แต่ทั้งนี้หากคนในช่วงวัยนี้เกิดประสบอุบัติเหตุขึ้นมาแน่นอนว่าจะต้องมีอันตราย เพราะว่ามีปัญหาเรื่องของกระดูกพรุนอยู่ก่อนแล้วอาจจะทำให้กระดูกได้รับความเสียหายหรือแตกหักได้ง่ายกว่าคนวัยอื่น ๆ และการซ่อมแซมสามารถทำได้ยากมาก เพราะฉะนั้นวิธีการดูแลกระดูกให้แข็งแรงเป็นวิธีที่ดีที่สุดควรจะทานแคลเซียมสูง วิตามินสูง เพื่อเป็นการช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดภาวะของโรคกระดูกพรุนและเป็นการบำรุงรักษากระดูกให้แข็งแรงดังนี้  การทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง และทานแคลเซียมเสริม อย่างเช่นคนที่มีอายุน้อยกว่า  50  ปี  ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละ 1,000  มิลลิกรัม  คนที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม  เราสามารถรับได้จากการทานอาหาร เช่น  นม   โยเกิร์ต   ชีส  ปลาตัวเล็กทอด  กุ้งแห้ง  กะปิ  ผักคะน้า  ใบยอ  ดอกแค  เต้าหู้แข็ง  ถั่วแดง  และงาดำ โดยทั่วไปการทานอาหารไทยจะได้รับแคลเซียมประมาณ 400 – 500  มิลลิกรัมต่อวัน หรืออาจจะน้อยกว่าครึ่งหนึ่งที่ร่างกายควรที่จะได้รับ จึงขอแนะนำให้ทานแคลเซียมชนิดเม็ดเสริมด้วย การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ๆ ละ 30 นาที โดยเฉพาะผู้สูงอายุและวัยหมดประจำเดือนจะต้องเน้นการออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก อย่างเช่น การเดินไกล การวิ่งเหยาะ ๆ การรำมวยจีน หรือเต้นรำ เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียกระดูก การออกกำลังกายชนิดนี้จะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ลดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมคาเฟอีนเช่น ชา กาแฟ เพราะจะทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง ระวังการใช้ยาที่ส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ […]

กรดยูริกสูงเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

สาเหตุส่วนมากของการเกิดภาวะกรดยูริกในเลือดที่มีปริมาณสูง เกิดมาจาก 2 สาเหตุหลัก ๆ ที่สำคัญ นั่นก็คือ การที่ร่างกายเราสร้างกรดยูริกเพิ่มปริมาณมากขึ้นจากปกติ การขับกรดยูริกออกทางไตในปริมาณที่ต่ำกว่าปกติ   ซึ่ง 2 สาเหตุนี้อาจจะเกิดมาจากความบกพร่องของกลุ่มโปรตีนที่ขนส่งยูเรตหลาย ๆ ชนิด ซึ่งจะทำหน้าที่ในการควบคุมการดูดซึมกลับร่วมทั้งการขับออกของยูเรตที่ไต หรือการที่ร่างกายได้รับยาบางชนิดซึ่งจะมีผลในการยับยั้งการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย ตัวอย่างเช่น  ยาแอสไพริน, ยาขับปัสสาวะบางชนิด เช่น loop diuretics เป็นต้น หรืออาจจะเกิดจากสาเหตุทั้งสองปัจจัยร่วมกัน   โดยส่วนใหญ่เกิดมาจากร่างกายสร้างขึ้นเองจะคิดเป็นร้อยละ 90 และร้อยละ 10 เกิดมาจากร่างกายที่มีการสร้างกรดยูริกมากกว่าปกติ  ประมาณ 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% มาจากการรับประทานอาหารที่มีสาร “พิวรีน”สูง เมื่อเราทานเข้าไปแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นกรดยูริกได้ เช่น เครื่องในสัตว์, ปลาดุก, กุ้ง, ไก่, ชะอม, กระถิน, อาหารทะเล, เนื้อแดง, สัตว์ปีก และยีสต์ เป็นต้น ซึ่งสารพิวรีนนี้จะเปลี่ยนไปกลายเป็นกรดยูริกในเลือดแทน ทำให้มีระดับของกรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ เพราะการที่ร่างกายของคนเรามีกรดยูริกอยู่ในเลือดสูงมากกว่าปกติทั่วไปนั้น เกิดจากการสะสมมานานจนทำให้กรดยูริกที่อยู่ในเลือดเกิดการตกตระกอนอยู่ตามบริเวณส่วนต่าง ๆ […]

ชาปลายนิ้วมือเกิดจากสาเหตุอะไร

ชาปลายนิ้วมือ

          ชาปลายนิ้วมือ คืออาการที่สามารถพบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้มือและแขนในการทำงานอย่างหนัก โดยจะรู้เจ็บแปล๊บที่บริเวณปลายนิ้ว คล้ายถูกเข็มแทง ปวดแสบปวดร้อนที่ปลายนิ้ว หรือเหมือถูกไฟฟ้าช็อต ทำให้คนป่วยไม่มีความรู้สึก อาจจะทำให้นิ้วมือ และมือไม่มีแรงที่จะหยิบจับสิ่งของได้ อาการนี้สามารถเกิดขึ้นกับมือเพียงข้างเดียวหรือว่าทั้ง 2 ข้างก็ได้  โดยอาการเหล่านี้อาจจะเกิดมาจากภาวะเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดที่คอยหล่อเลี้ยงมือ หรือว่าเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณจากสมองเพื่อทำหน้าที่ควบคุมการทำงาน และการรับความรู้สึกของมือและนิ้วมือ อาการชาที่ปลายนิ้วมือเกิดมาจากหลายสาเหตุ ดังนี้ สาเหตุของอาการชาปลายนิ้วมือ             อาการชาปลายนิ้วมือเกิดมาจากเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณมือ หรือว่าเส้นประสาทที่ทำหน้าที่คอยส่งสัญญาณจากสมองเพื่อไปควบคุมการทำงานและการรับความรู้สึกของบริเวณมือและนิ้วมือได้ถูกกดทับไว้ ทำให้ได้รับการกระทบกระเทือน จนทำเกิดความเสียหาย หรืออาจจะเป็นเหตุมาจากที่มีการเจ็บป่วยด้วยโรคและภาวะต่าง ๆ อย่างเช่น โรคที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาทที่บริเวณข้อมือ คือเส้นประสาทที่รับความรู้สึกบริเวณมือถูกกดทับหรือว่าเกิดการอุดตัน ทำให้เกิดอาการชาโดยเฉพาะตรงบริเวณนิ้วหัวแม่มือ, นิ้วชี้ และนิ้วกลาง เกิดจากภาวะกระดูกคอทับเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทบริเวณต้นคออักเสบหรือทำให้ถูกกดทับ จนส่งผลทำให้เกิดอาการชาคล้ายกันกับโรคการกดทับเส้นประสาทที่บริเวณข้อมือ การกดทับเส้นประสาทอัลนาร์ (Ulnar Nerve Entrapment) เกิดจากการกดทับตรงบริเวณเส้นประสาทอัลนาร์ที่ทำหน้าที่คอยหล่อเลี้ยงและควบคุมการทำงานของนิ้วนางและนิ้วก้อย จึงทำให้เกิดอาการชาที่บริเวณปลายนิ้ว โรคเรย์นอด (Raynaud’s Disease) คืออาการป่วยที่หลอดเลือดแดงเล็กที่อยู่ในนิ้วเกิดการหดตัวอย่างฉับพลัน ทำให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงที่บริเวณปลายนิ้วได้  จึงทำให้เกิดอาการชาและอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนของโลหิตด้วย โรคเบาหวาน  คือภาวะอาการเส้นประสาทจากเบาหวาน (Diabetic Neuropathy) ของคนป่วยโรคเบาหวาน อาจจะทำให้เกิดความเสียหายแก่เส้นประสาทตรงบริเวณมือและเท้า ซึ่งจะนำไปสู่อาการชาที่ปลายนิ้ว, บริเวณนิ้วมือ หรือนิ้วเท้าได้ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) […]

คลินิกกระดูกและข้อ ใกล้ฉัน : คลินิกกระดูกและข้อ ราม2

คลินิกกระดูกและข้อ ราม2

  ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระดูกและข้อ ไม่ใช่เป็นเพียงปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุเท่านั้น ความจริงสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย และไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน หากมีลางบอกเหตุก่อน เมื่อเป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ การเตรียมความพร้อมเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ มองหาคลินิกกระดูกและข้อที่อยู่ไม่ไกล สะดวกที่จะไปปรึกษาหารือ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม ซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ให้ความสะดวกเพียงแค่ serch คำว่า คลินิกกระดูกและข้อ แล้วตามด้วยบริเวณที่อยู่อาศัยของตนเอง เช่น ราม2 สาทร พระราม6 แค่นี้ ก็จะได้คลินิก “ใกล้ฉัน” ไว้ในใจแล้ว อาการบ่งชี้ว่าถึงเวลาของ “คลินิกกระดูกและข้อ ใกล้ฉัน” หากคุณมีอาการต่อไปนี้ อย่าดูเบาคิดว่า คงไม่เป็นอะไรมากโดยเด็ดขาด เพราะอาการเหล่านี้บ่งชี้ว่า คุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ 1. อาการเกี่ยวกับกระดูกและข้อ ในข้อนี้นอกจากดูแลตัวเองแล้ว ยังต้องสังเกตลูกหลาน เพราะเด็กๆ บอกคุณเองไม่ได้ มีบ่อยครั้งที่เด็กๆ มีอาการขาโก่ง ข้อศอกเคลื่อน แม้แต่เด็กๆ ที่แบกกระเป๋านักเรียนหนักเกินตัวก็อาจจะเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกได้ สำหรับตัวคุณนั้น หากมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับกระดูกและข้อ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ อาการปวดตามข้อหรือเจ็บผิดปกติ อาการเกี่ยวกับข้อมือ ข้อเท้า เหมือนกระดูกลั่นเวลาก้าวเดิน อาการปวดขึ้นมาเฉยๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนักๆ มา อาจเกิดจากข้อเสื่อม อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ […]

เอ็นร้อยหวายอักเสบเกิดจากอะไร ?

เอ็นร้อยหวายอักเสบเกิดจากอะไร

           เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles Tendinitis)  เอ็นร้อยหวายเป็นเส้นเอ็นที่สำคัญที่สุดในร่างกาย เนื่องจากเชื่อมต่อระหว่ากล้ามเนื้อน่องและส้นเท้า ทำให้เราสามารถเดิน วิ่ง และกระโดดได้ ถ้าหากเส้นเอ็นเกิดตึงมาก ๆ จะเกิดการอักเสบได้ โดยส่วนมากเกิดจากการเล่นกีฬาที่ผิดท่า หรือการใช้งานเอ็นข้อเท้าอย่างหนักซ้ำ ๆ เช่น วิ่งมากเกินไป, การกระโดด, หรือแม้แต่การเดินสามารถทำให้ข้อเท้าพลิก เป็นต้น โดยเกิดขึ้นได้บ่อยกับคนที่เล่นกีฬา และทุกเพศ ทุกวัย ถ้าหากอาการไม่รุนแรงสามารถรักษาเองได้ที่บ้าน แต่ถ้าหากบางกรณีที่อาการรุนแรงมากขึ้นก็ต้องไปพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเอ็นข้อเท้าอักเสบมากที่สุด คือกลุ่มที่ชอบออกกำลังกาย นักกีฬา ใส่รองเท้าที่รัดแน่นนจนเกินไป และสุภาพสตรีที่ชอบใส่รองเท้าสั้นสูงเดินหรือวิ่งในบางครั้ง อาจเกิดเอ็นข้อเท้าอักเสบได้ ทั้งนี้เราสามารถรักษาเองเบื้องต้นได้ หรือท่านที่กำลังเป็นโรคเอ็นอักสบอยู่แต่ยังไม่ทราบวิธีการดูแลรักษาอาการเบื้องต้น สาเหตุการเกิดเอ็นร้อยหวายอักเสบ            เอ็นร้อยหวายอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุเหมือนกัน อาทิ เช่น การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างฉับพลัน การที่เราออกกำลังกายที่เน้นตรงบริเวณข้อเท้าซ้ำ ๆ กันโดยที่ไม่มีการยืด หรือ เหยียด กล้ามเนื้อที่เหมาะสมก่อนการออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณเส้นเอ็นตรงข้อเท้า […]

work from home อย่างไรไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็น โรคออฟฟิศซินโดรม

ด้วยสถานการณ์ในทุกวันนี้ คำว่า “ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome)” ที่หลาย ๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดีและพบได้บ่อยที่สุดในวัยทำงาน โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลาย ๆ คนต้องทำงานที่บ้านหรือเรียกว่า work from home เป็นการทำงานผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์, tablet หรือว่ามือถือ เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน อาจจะประสบกับปัญหาปวด เมื่อย คอ บ่า ไหล่ หลัง หรือเอว บางครั้งอาจจะมีอาการมึนศีรษะ สายตาพร่าเบลอจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ หรือมีอาการ มือชา เกร็ง หรือนิ้วล็อก จากการจับเมาส์ หรือ chat ผ่านมือถือเป็นเวลานานๆ เป็นต้น กลุ่มอาการดังกล่าวที่เป็นนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจจนอาจจะทำให้มีผลกระทบต่องานที่ทำด้วย อาการ Office syndrome ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ โดยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนท่า หรือท่านั่งที่ไม่เหมาะสม การใช้กล้ามเนื้อในแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กัน […]

นิ้วชามือชาแบบไหนเสี่ยงโรค

นิ้วชามือชาแบบไหนเสี่ยงโรค

  อาการชามือ ชาปลายนิ้ว แม้ดูเหมือนเป็นอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่ปล่อยไว้ไม่นานก็สามารถหายเองได้ แต่ในบางรายที่มีอาการชาบ่อยๆ ชาเฉพาะที่หรือชานานกว่าปกติไม่ควรปล่อยอาการทิ้งเอาไว้นาน เพราะอาการชาอาจลุกลามจนไม่สามารถใช้งานมือได้อย่างปกติ รวมทั้งอาการชายังเป็นหนึ่งในอาการสำคัญของหลายๆ โรคร้ายอีกด้วย อาการชาเกิดจากอะไร อาการชานั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการเผลอนอนทับแขนตัวเอง การนั่งท่าเดิมนานๆ โดยลักษณะอาการชาที่เกิดจากเรื่องใกล้ตัวอย่างนี้จะสามารถหายได้เองในเวลามานาน เพราะเกิดจากการขาดเลือดมาเลี้ยงแบบชั่วคราว แต่หากเป็นอาการชาเฉพาะจุดอาทิ การชาปลายนิ้ว ชาทั้งมือ ชาบางนิ้ว ถือเป็นอาการข้างเคียงของโรคร้ายหลายๆ โรค อาทิ โรคที่เกี่ยวกับเส้นประสาท, โรคเกาต์, โรครูมาตอยด์ เป็นต้น นอกจากนี้อาการชายังอาจเกิดขึ้นได้จากการขาดวิตามินบางชนิดด้วย ลักษณะอาการชาแบบไหนเสี่ยงโรค ชาเฉพาะที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และในบางรายอาจชานิ้วนางครึ่งซีกด้วย ลักษณะนี้จะเป็นอาการเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับเส้นประสาทมือที่ถูกบีบรัดหรือโรคที่เกี่ยวกับกระดูกทับเส้นประสาท ชาเฉพาะนิ้วก้อย อาการชาลักษณะนี้มักเกิดจากการเกร็งงอข้อศอกเป็นเวลานานๆ อาทิ การถือหูโทรศัพท์หรือการเล่นมือถือ ชาที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง แต่มีอาการปวดมือหรือปวดลามไปทั้งแขนร่วมด้วย อาการลักษณะนี้เป็นอาการเสี่ยงของโรคเส้นประสาทกดทับที่มือ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการใช้งานมือในลักษณะเกร็งในท่าเดิมนานๆ อาทิ คนที่ใช้กรรไกรตัดต้นไม้ทั้งวัน หรือคนที่ต้องจับมีดหันของทั้งวัน ชาบริเวณปลายเท้าและปลายมือ ลักษณะอาการนี้มักจะเกิดจากปลายประสาทอักเสบหรือมีอาการเสื่อม รวมทั้งยังอาจมีสาเหตุจากภาวะขาดวิตามินบี 1, บี6 หรือบี 12 ชามือและนิ้วมือ […]

โรคข้อเสื่อมในผู้สูงอายุ

โรคข้อเสื่อมในผู้สูงอายุ

ข้อเสื่อม เป็นภาวะความเสื่อมถอยของกระดูกอ่อนผิวข้อที่เกิดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกข้อในทุกส่วนของร่างกาย แต่มักจะเป็นข้อที่รับน้ำหนักมากๆ อาทิ ข้อสะโพก, ข้อเข่า ซึ่งเมื่อกระดูกอ่อนบริเวณข้อถูกทำลายจากกาลเวลา การใช้งานหนัก การเกิดอุบัติเหตุ หรือจากภาวะอื่นๆ กระดูกอ่อนบริเวณข้อนี้จะคดงอผิดรูปไปจากเดิม จนทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมนั้นเอง ช่วงอายุที่มักจะเป็นโรคข้อเสื่อม อาการข้อเสื่อมสามารถพบในผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า โดยจะเริ่มได้ตั้งแต่วัยหมดประจำเดือนหรืออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปและเป็นมากที่สุดในช่วงอายุ 65 ปี อาการจะเกิดขึ้นได้ตามข้อต่างๆ ในร่างกายไม่ว่าจะเป็น ข้อเข่า, ข้อสะโพก, ข้อกระดูกสันหลัง, ข้อกระดูกคอ หรือแม้แต่ข้อนิ้วมือ ซึ่งสามารถปวดข้อหลายๆ ตำแหน่งพร้อมกันได้อีกด้วย แต่ในผู้สูงอายุบางรายอาจไม่พบอาการข้อเสื่อม เพราะโรคนี้สัมพันธ์โดยตรงกับฮอร์โมนในร่างกาย ความอ้วนและกิจกรรมในชีวิตประจำวันรวมทั้งการทำงานด้วย ดังนั้นผู้ใช้งานข้อหนัก ยกของหนัก หรือนั่งง้อเข่าตลอดเวลาเมื่ออายุมากขึ้นจะทำให้มีอาการข้อเสื่อมได้ง่าย อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเสื่อม อาการของโรคข้อเสื่อมมีได้ 2 ระยะ โดยระยะแรกจะแสดงอาการปวดบริเวณข้อต่างๆ โดยเฉพาะเวลาเดินมากๆ หรือนั่งท่าเดิมนานๆ แต่เมื่อพักขาหรือยืดขาอาการอาจจะทุเลาลง นอกจากนี้ยังมีอาการเสียงดังกรอบแกรบจากภายในข้อให้ได้ยินอีกด้วย ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่ปรึกษาแพทย์อาการจะลุกลามเป็นระยะรุนแรงที่จะปวดข้อหนักขึ้น ปวดในช่วงกลางคืนหรือเวลาเดินเพียงเล็กน้อย คล้ำบริเวณข้ออาจพบกระดูกงอกข้างๆ ข้อ รวมทั้งหากมีอาการอักเสบจะทำให้ข้อบวมและปวดร้อน เดินได้ลำบาก วิธีเลี่ยงอาการข้อเสื่อมก่อนวัย หลีกเลี่ยงการอิริยาบถที่มีผลต่อข้อเข่า อาทิ […]