fbpx

Category Archives: บทความเกี่ยวกับกระดูกและข้อ

พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงต่อการเป็นโรคหมอนรองกระดูกปลิ้น

หลายท่านอาจจะคิดว่าโรคหมอนรองกระดูกปลิ้น เกิดมาจากพฤติกรรมในการนั่งนาน ๆ, ก้ม ๆ, เงย ๆ, ก้มยกของ หรือว่าการแบกของหนักเป็นเวลานาน ๆ ซ้ำไปซ้ำมา และการประสบอุบัติเหตุเพียงเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมการไอ หรือ จามแรง ๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะกับผู้ที่มีหมอนรองกระดูกเสื่อมอยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทได้ ทำให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขาร่วมกับอาการชาเกิดขึ้นได้ ทำไมแค่ไอ หรือจาม แล้วหมอนรองกระดูกปลิ้นได้ การไอหรือว่าการจามแรง ๆ ในแต่ละครั้ง ก็จะทำให้เกิดแรงดันในช่องปอด และช่องท้องเพิ่มมากขึ้นจากการหดตัวกันอย่างรุนแรงของกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ลำตัวของเรา จึงทำให้หมอนรองกระดูกที่มีหน้าที่คอยรับแรงกระแทกต้องทำงานหนักมากขึ้น และทำให้เกิดแรงดันที่หมอนรองกระดูกแบบเฉียบพลัน รวมไปถึงทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบขึ้นได้ในคนที่มีกล้ามเนื้อที่แกนกลางลำตัวที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมอยู่แล้ว และความดันที่เพิ่มขึ้นก็จะไปดันให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาจากรอยแยกของเปลือกหุ้มหมอนกระดูกไปกระทบกับเส้นประสาทได้ พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคหมอนรองกระดูกปลิ้น มีหลายพฤติกรรมที่เราทำเป็นประจำ อาจจะก่อให้เกิดอาการโรคหมอนรองกระดูกทับปลิ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ดังต่อไปนี้ แบกของที่มีน้ำหนักมากเกินไปเพราะว่าการแบกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไป โดยเฉพาะการแบกสิ่งของที่ผิดท่าอาจจะทำให้เราใช้กล้ามเนื้อหลังจนมากเกินไป จนทำให้เกิดการบาดเจ็บและส่งผลกระทบต่อหมอนรองกระดูกและข้อต่อของกระดูกสันหลัง การก้มเงยบ่อยหรือว่านั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ การทำกิจกรรมก้ม ๆ เงย ๆ เป็นประจำอย่าง เช่น การกวาดบ้าน, ถูบ้าน, ขัดห้องน้ำ, เล่นสมาร์ทโฟน รวมไปถึงการนั่งในท่าเดิม […]

ออฟฟิศซินโดรม ควรปรึกษาหมอเฉพาะทาง เพื่อรักษาให้ตรงจุด

โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคของคนวัยทำงานที่เป็นกันมากที่สุดในขณะนี้ ซึ่งนับวันยิ่งจะมีจำนวนของผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นกันอย่างต่อเนื่องจนน่าตกใจ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าโรคออฟฟิศซินโดรมเป็นแล้วจะไม่หายเลย เพราะว่าทางการแพทย์สมัยนี้มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย ให้ผู้ป่วยได้เลือกทำการรักษาตัวได้ตามความเหมาะสม อาทิเช่น การฝังเข็ม, การทานยา, การทำกายภาพบำบัด และวิธีอื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายสภาพเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมชนิดเรื้อรังนั่นเอง แนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม หลาย ๆ ท่านก็อาจจะลองค้นหาวิธีรักษา อาการโรคออฟฟิศซินโดรมด้วยตนเองกันมาบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะก็พบว่า แนะนำให้เราเริ่มจากการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ตามมาด้วยการบริหารร่างกายด้วยท่าต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกันหรือช่วยทำให้ทุเลาอาการปวดลง แต่ถ้าหากอาการปวดไม่ดีขึ้นจริง ๆ จึงค่อยไปปรึกษาแพทย์ และสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ก็จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ วิธีแก้โรคออฟฟิศซินโดรมที่ได้ผลในระยะสั้น ส่วนใหญ่และจะเป็นการรักษาหรือให้บริหารร่างกายอย่างง่าย ๆ จะช่วยให้อาการทุเลาลง ไม่เป็นหนักขึ้น มักจะใช้ในการช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อต้นคอ, บ่า,ไหล่, หน้าอก,สะบัก, แขน และหน้าท้อง เช่น การยืดกล้ามเนื้อในขณะทำงานทำเป็นระยะ ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนบน และกล้ามเนื้อส่วนล่าง โดยจะเน้นบริเวณกล้ามเนื้อที่เกิดอาการปวดบ่อย ๆ การนวดเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือใช้แผ่นเจลประคบ หรือทานยาแก้ปวด การออกกำลังการกายก็เป็นการรักษาอาการปวด การรักษาด้วยวิธีทางเลือกอื่นๆ เช่น การฝังเข็ม […]

อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม

อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม

เมื่อคุณรู้สึกปวดเมื่อยที่คอ, บ่า และไหล่ เวลาเป็นมาก ๆ ก็มักจะถูกทักว่า สงสัยจะเป็น “โรคออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งที่จริงแล้ว จะต้องมีอาการปวดขนาดไหน หรือว่ามีอาการที่สามารถบ่งบอกอย่างไรถึงจะแน่ใจได้ว่าเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม เรามาดูกันว่าถ้าหากคุณมีอาการเหล่านี้ นี่ก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคออฟฟิศซินโดรม เรามาสังเกตกันดูว่า คุณมีอาการเหมือนสัญญาณที่เตือนเหล่านี้หรือไม่ ปวดหัวเรื้อรัง หรือบางทีก็จะมีอาการปวดหัวไมเกรนร่วมด้วย สาเหตุเกิดมาจากความเครียดในการทำงาน หรือว่าการที่เราใช้สายตาในการทำงานเป็นเวลานาน อย่างเช่น การจ้องอ่านเอกสาร การจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แสงที่บริเวณโต๊ะทำงานไม่เพียงพอ หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานที่วุ่นวายก็สามารถทำให้คุณเกิดความเครียดสะสมโดยที่เราไม่รู้ตัว  ตึงที่บริเวณต้นคอ, บ่า และไหล่แบบเรื้อรัง สาเหตุของอาการนี้เราสังเกตได้ง่าย ๆ ถ้าคุณเป็นคนที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกว่า 8 ชั่วโมง และอยู่กับเอกสารทั้งวัน แล้วเกิดอาการปวดตึงที่บริเวณต้นคอ, มีอาการปวดบ่าและปวดไหล่อยู่บ่อย ๆ หรือว่าบางทีก็ปวดจนหันคอลำบาก ก้มลงก็ปวด พอเงยขึ้นก็ร้องโอย นั่นแหละเป็นอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม ปวดที่บริเวณด้านหลัง อาการปวดหลังนั้น คุณสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เลย เพราะว่าเป็นอาการอันดับต้น ๆ ของโรคออฟิศซินโดรมเลยก็ว่าได้ สาเหตุของโรคนี้เกิดมาจากการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ หรือว่าเป็นงานที่จะต้องยืนเป็นเวลานาน ๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ใส่ส้นสูงเป็นประจำทุกวัน อาการของการปวดหลังนั้นไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้แน่นอน ปวดแขน, […]

สัญญาณเสี่ยงต่อโรคออฟฟิศซินโดรม

สัญญาณเสี่ยงต่อโรคออฟฟิศซินโดรม

ชีวิตของคน วัยทำงาน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมเป็นเวลานาน ๆ นอกจากจะใช้สายตาจ้องคอมและสมองในการคิดงานแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมเพิ่มอีกด้วย เพราะว่าวัยทำงานที่จะต้องพบเจอกับภาวะกดดันในหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งการนั่งทำงานเป็นเวลาหลาย ๆ ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลทำให้ร่างกายไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถมากนักหรือการนั่งท่าไม่ถูกลักษณะ อาทิ เช่น การนั่งหลังงอ ไม่ได้ยืดตัวเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย และล้าตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจนทำให้เกิดเป็นโรคเรื้อรังได้ โรคออฟฟิศซินโดรมมักจะเกิดกับพนักงานที่ใช้เวลาทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สำนักงาน หรือแม้แต่การ Work From Home อยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่เพราะการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ๆ จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยที่บริเวณหลัง, ต้นคอ, สะโพก และบริเวณไหล่ได้ ซึ่งอาการเจ็บปวดเหล่านี้มีความรุนแรงมากพอที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายกายและใจ แถมยังมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอีกด้วย การป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม จึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากที่จะต้องใส่ใจ เพราะว่ามีผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของตังพนักงานเอง รวมถึงความสำเร็จขององค์กรด้วยเช่นกัน สัญญาณเสี่ยงต่อโรคออฟฟิศซินโดรม ถ้าหากคุณยังไม่แน่ใจว่าความไม่สบายกายและใจที่เกิดขึ้นในขณะที่นั่งทำงานอยู่เสี่ยงต่อโรคออฟฟิศซินโดรมหรือไม่ ให้คุณลองพิจารณาจากอาการดังต่อไปนี้ ถ้าหากมีตรงกับคุณหลายข้อและเกิดขึ้นเป็นประจำ นั่นแสดงว่าโรคออฟฟิศซินโดรมอาจจะกำลังเกิดขึ้นกับคุณอยู่ก็ได้ ปวดที่บริเวณต้นคอ, บริเวณไหล่ และบริเวณด้านหลัง จะรู้สึกตึงและเมื่อยอยู่ตลอดเวลา มีอาการสายตาพร่ามัว เวลามองอะไรก็จะไม่ชัดเจน มีอาการเบลอไปหมด เกิดอาการชาที่บริเวณมือ และเท้าชา รู้สึกแปลบ ๆ […]

ออฟฟิศซินโดรมสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

          หลาย ๆ คนเข้าใจว่า โรคออฟฟิศซินโดรม จะเกิดขึ้นได้ก็เฉพาะกับคนที่ทำงานออฟฟิศ แต่หลักความเป็นจริง แล้วสามารถพบได้กับคนทุกเพศและทุกวัย ที่มีการใช้งานบริเวณกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นบริเวณเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันเป็นระยะเวลานาน และในยุคปัจจุบันนี้เราจะพบกลุ่มคนที่เป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้ในเด็ก ๆ ที่มีการเรียนหนังสือผ่านออนไลน์กันได้มากขึ้น หรือแม้แต่กับผู้สูงอายุก็เช่นกัน ที่ยุคนี้มีการเล่นสมาร์ทโฟน ส่งไลน์สวัสดี และยังมีการแชร์ข่าวสารในเฟสบุ๊คด้วยเช่นกัน การรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม           อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้วว่าโรคออฟฟิศซินโดรม มีสาเหตุเกิดมาจากการที่เรานั่งทำงานในลักษณะท่าทางที่ไม่ถูกต้อง และระยะเวลาที่ยาวนานจนเกินไป การใช้งานอวัยวะต่าง ๆ มากจนเกินไป จนส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ อาการปวดหัว, ปวดต้นคอ, ปวดที่บริเวณเบ้าตา, ปวดบริเวณบ่า, ปวดที่บริเวณไหล่, ปวดที่บริเวณข้อศอก, ปวดตรงบริเวณข้อมือ, ปวดหลัง, ปวดสะโพก หรือแม้กระทั่งมีอาการมือชา เนื่องจากมีพังผืดที่บริเวณข้อมือ เกิดจากการใช้งานบ่อย ๆ     […]

พฤติกรรมแบบไหนที่เสี่ยงต่อการเกิดออฟฟิศซินโดรม

                พนักงานที่ทำงานประจำออฟฟิศก็จะมีพฤติกรรมในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ในบางคนก็อาจจะมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม โดยที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ หรือว่าสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะสม จนส่งผลทำให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย  ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปฏิบัติเป็นประจำทุกวันอยู่นั้น ก็อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกาย อย่างเช่น   การกดแป้นพิมพ์ และการคลิกเมาส์ต่อเนื่องกัน เป็นสาเหตุเสี่ยงให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม และอย่างแรก สำหรับท่านที่ต้องพิมพ์งาน, คลิกเมาส์, เกร็งนิ้วมือ และเกร็งข้อมือตลอดทั้งวันโดยที่ไม่ได้พัก จนเริ่มเจ็บและเกิดอาการชาตามฝ่ามือ เหยียดนิ้วตรง ๆ แล้วมีอาการปวด นั่นถือว่าเป็นสัญญาณเตือนของอาการเริ่มต้นจากการที่เคยชินกำลังบอกให้คุณรู้ตัวว่า เส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่บริเวณนิ้วกำลังอักเสบ และมีโอกาสเกิดนิ้วล็อคได้ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในอาการของโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง การนั่งไขว่ห้าง, นั่งหลังค่อม และนั่งห่อไหล่ เพราะคิดว่าเป็นท่านั่งที่สบายอย่างการนั่งไขว่ห้าง, นั่งหลังค่อม จนไหล่ห่อโดยที่ไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ที่มีความสูง-ต่ำไม่พอดีกับสายตาเป็นเวลานาน ๆ คีย์บอร์ดและเมาส์ ถูกจัดวางในตำแหน่งที่สูงกว่าสรีระของตัวเองจนต้องคอยเกร็งไหล่อยู่ตลอดเวลา การใช้งานในท่าเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันโดยที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ หรือพักให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย จึงทำให้บ่า, คอ และหลังเกิดการยึดเกร็ง จนทำให้เกิดอาการปวดและเกิดการอักเสบตามมา สำหรับพนักงานออฟฟิศที่เคยชินกับพฤติกรรมเหล่านี้ อาจจะเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม […]

ออฟฟิศซินโดรมมีสาเหตุมาจากอะไร

              ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คืออาการที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่ทำงานออฟฟิศ เพราะว่าลักษณะของการทำงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา หรือว่าการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยอิริยาบถซ้ำ ๆ กันและต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงส่งผลทำให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม และเกิดอาการผิดปกติทางระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบของกระดูกและกล้ามเนื้อ, การย่อยอาหารและการดูดซึม, ระบบหัวใจและหลอดเลือด, ระบบฮอร์โมน และนัยน์ตาแห้ง สาเหตุของโรคออฟฟิศซินโดรม              ออฟฟิศซินโดรม มักจะเกิดมาจากการใช้งานบริเวณกล้ามเนื้อเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน โดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ รวมไปถึงอิริยาบถที่ไม่เหมาะสม อาทิ เช่น การนั่งขาไขว่ห้างเป็นประจำ, การนั่งหลังค่อม หรือการนั่งก้มหน้านาน ๆ เป็นต้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานซ้ำ ๆ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง หรือกล้ามเนื้อยืดค้างในแบบเดิมบ่อย ๆ จนบริเวณกล้ามเนื้อมัดนั้น เกิดการบาดเจ็บ หรืออาจจะขมวดกันเป็นก้อนจนทำให้ตึง และเกิดอาการปวดตามมา […]

อาการเบื้องต้นในระยะแรกของออฟฟิศซินโดรมมีอะไร

              สำหรับมนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ ท่านอาจจะกำลังตกอยู่ในสภาวะ “โรคออฟฟิศซินโดรม” ที่มีอาการปวดบริเวณต้นคอ, บ่า, ไหล่, หลัง หรืออาจจะปวดร้าวศีรษะ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่เรานั่งทำงานในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน หรือว่านั่งไม่ถูกวิธี ทำให้กล้ามเนื้อต้องเกร็งตัวเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยที่ไม่มีการผ่อนคลาย หรือเปลี่ยนอิริยาบถ การจ้องคอมนาน ๆ อีกทั้งมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนการทำงานหนักจนเกินไป ก็จะทำให้เกิดความเครียดร่วมด้วย ซึ่งถ้าหากไม่ทำการบำบัดรักษา หรือว่าป้องกันตั้งแต่ต้น ก็อาจจะส่งผลที่ร้ายแรงต่อสุขภาพได้ในภายหลัง               โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน จึงส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ และอาการปวดเมื่อยเช่น บ่า, ไหล่ และแขน โดยเฉพาะที่บริเวณข้อมือ ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลมาก หรือส่งผลน้อย ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการสะสมของโรค ในขณะที่บางรายนอกจากจะมีอาการเจ็บ หรือ ปวดแล้ว ก็ยังมีอาการอื่น ๆ […]

ออฟฟิศซินโดรมอันตรายหรือไม่ควรรักษาอย่างไร

ในปัจจุบันนี้คำว่า “ออฟฟิศซินโดรม ” เป็นที่รู้จักกันป็นอย่างมากโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานในออฟฟิศ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมสูงมาก และกลุ่มอาการที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด คือเกิดขึ้นกับกลุ่มของคนวัยทำงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือว่าทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน หรือว่าอยู่ในท่าทางการทำงานไม่เหมาะสมต่อเนื่องนาน ๆ ทั้งในขณะที่นั่ง, ยืน, เดิน และทำงาน อาทิ เช่น การนั่งหรือการยืนหลังค่อม, ยืนห่อไหล่, การยกไหล่ หรือว่าการก้มคอมากจนเกินไป ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย หรือชาตามบริเวณต่าง ๆ และอาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการของโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อตามมาได้ อย่างเช่น กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง, เอ็นรัดข้อมืออักเสบกดทับเส้นประสาท, ความผิดปกติของความตึงตัวของเส้นประสาท, กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอกอักเสบ, เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ, นิ้วล็อก, ปวดหลังจากท่าทางผิดปกติ และหลังยึดติดในท่าแอ่น ออฟฟิศซินโดรมอันตรายหรือไม่ โรคออฟฟิศซินโดรม คือ อาการที่ไม่ได้เสี่ยงถึงชีวิต แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญและลุกลามไปยังบริเวณกล้ามเนื้อ หรือว่ากระดูกที่ส่วนอื่น ๆ ได้ เรียกได้ว่า ถ้าเป็นแล้วและยิ่งปล่อยไว้ จะทำให้ยิ่งทรมาน จนส่งผลกระทบต่อการทำงาน และการใช้ชีวิต รวมไปถึงสภาพของจิตใจได้มากที่เดียว   ควรรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมอย่างไร ในแนวทางของการรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมที่ดีที่สุดและเหมาะสมก็คือการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ สามารถเริ่มได้ที่ตัวของเราเอง โดยวิธีการที่ดีที่สามารถจะป้องกันอาการจาก “โรคออฟฟิศซินโดรม” […]

ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม คือ อาการปวดเกิดจากการใช้งานบริเวณของกล้ามเนื้อที่เดิม ๆ และซ้ำ ๆ กันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อย่างเช่น การที่เรานั่งทำงานอย่างต่อเนื่องกับคอมพิวเตอร์โดยที่เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนกิริยาท่าทาง หรือว่าปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการนั่ง จึงส่งผลทำให้เกิดการปวดสะสมมาเป็นเวลานาจนกลายเป็นปวดแบบเรื้อรังได้ในที่สุด ซึ่งอาการปวดที่เกิดขึ้นนี้ จะพบร่วมกันกับอาการชาที่บริเวณแขน, มือ และปลายนิ้ว เนื่องจากเส้นประสาทส่วนปลายในแต่ละตำแหน่งได้ถูกกดทับไว้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานทั้งนี้กล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรามีลักษณะเป็นเส้นใยร้อยโยงต่อเนื่องกันหลายส่วน เมื่อกล้ามเนื้อของเราเริ่มมีการขมวดมัดกันจนเป็นปมขึ้น ก็จะทำให้ดึงรั้งกันไปมา ในตอนแรกอาการปวดตึงก็อาจจะเริ่มจากจุดหนึ่ง แต่พอเมื่อนานวันเข้าก็จะกลายเป็นร้าวไปปวดที่อีกจุดหนึ่ง เพราะการถูกดึงรั้งจากกล้ามเนื้อส่วนที่หดเกร็งนั่นเอง และกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็จะมีอาการปวดเป็นบริเวณกว้าง ๆ โดยที่ไม่สามารถจะระบุหาตำแหน่งที่ปวดจริง ๆ ไม่ได้เลย   อาการของออฟฟิศซินโดรม เป็นเรื่องใกล้ตัว อาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด โดยเฉพาะปวดตรงบริเวณคอ, บ่า และสะบัก ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการของระบบประสาทโดยอัตโนมัติร่วมด้วย อย่างเช่น อาจจะวูบ, มีเหงื่อออก, ตาเพรา, หูอื้อ, มึนงง และมีอาการชา เป็นต้น การอักเสบของเส้นเอ็นที่บริเวณข้อศอก, ข้อมือ และบริเวณนิ้วมือ เช่น เกิดการอักเสบที่บริเวณของเอ็นโค่นนิ้วโป้ง และทำให้นิ้วล็อคโดยปกติของคนที่ทำงานประจำในยุคนี้ ก็มักจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานได้ยาก เพราะจะต้องโฟกัสกับงานที่ทำอยู่ หรืออาจจะยุ่งจนลืมที่จะปรับเปลี่ยนกิริยาท่าทางและหยุดพักบ้าง เมื่อทำแบบนี้บ่อยครั้งจึงปล่อยให้อาการของโรคนี้อาการหนักมากขึ้น หรือว่าลุกลามไปยังบริเวณกล้ามเนื้อและระบบประสาทในส่วนอื่น […]