อาการปวดข้อมือด้านนิ้วโป้ง จับของไม่ถนัด บิดขวดหรือหยิบของแล้วเจ็บ อาจไม่ใช่แค่อาการเมื่อยธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของ “โรคเดอรกาแวง” (De Quervain’s Tenosynovitis) ซึ่งพบได้บ่อยในคนวัยทำงาน แม่หลังคลอด ผู้ใช้สมาร์ตโฟน หรือผู้ที่ใช้ข้อมือซ้ำๆ เป็นเวลานาน
หากปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง การอักเสบรุนแรง และการใช้งานมือที่ลดลง บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า โรคเดอรกาแวงคือโรคอะไร ป้องกันอย่างไร พร้อมอาการเตือน วิธีรักษา และแนวทางดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
โรคเดอรกาแวงคืออะไร และเกิดจากอะไร
ความหมายของโรคเดอรกาแวง
โรคเดอรกาแวง คือภาวะที่ ปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้งเกิดการอักเสบ ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนไหวไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม และเจ็บเมื่อขยับข้อมือหรือนิ้วโป้ง
เส้นเอ็นที่ได้รับผลกระทบมีหน้าที่ช่วยในการกางและยกนิ้วโป้ง ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เราใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคเดอรกาแวง
การใช้ข้อมือและนิ้วโป้งซ้ำๆ เช่น
- เล่นโทรศัพท์มือถือ
- ใช้เมาส์ คีย์บอร์ด
- อุ้มเด็ก
- การออกแรงบิดหรือจับของแน่นเป็นเวลานาน
- การอักเสบของเส้นเอ็นจากการใช้งานผิดท่า
- โรคประจำตัวบางชนิด เช่น
- โรคข้ออักเสบ
- โรคเก๊าท์
- เบาหวาน
- ในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ การอักเสบของข้อและเส้นเอ็นอาจเกิดร่วมกัน ทำให้มีโอกาสเกิดโรคเดอรกาแวงได้ง่ายขึ้น
อาการและสัญญาณเตือนของโรคเดอรกาแวง
อาการของโรคเดอรกาแวงมักค่อยๆ เป็นมากขึ้น หากรู้ทันตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้รักษาได้ง่ายและหายเร็ว
- อาการที่พบบ่อย
-
- ปวดข้อมือด้านนิ้วโป้ง
- เจ็บเมื่อกำมือ หรือกางนิ้วโป้ง
- ปวดเวลาบิดขวด เปิดฝา หรือหยิบของ
- ข้อมือบวม กดเจ็บ
- สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
- ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ แม้พักแล้วไม่ดีขึ้น
- ปวดร้าวจากข้อมือไปที่ปลายแขน
- ข้อมือฝืด เคลื่อนไหวลำบาก
- ใช้งานมือได้น้อยลงในชีวิตประจำวัน
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันการอักเสบเรื้อรัง
การวินิจฉัยโรคเดอรกาแวง
แพทย์จะวินิจฉัยจาก
- การซักประวัติการใช้งานข้อมือ
- การตรวจร่างกายและการเคลื่อนไหว
- การทดสอบเฉพาะ เช่น การงอนิ้วโป้งแล้วบิดข้อมือ (Finkelstein test)
- ในบางกรณี อาจใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น
- อัลตราซาวด์ เพื่อดูการอักเสบของเส้นเอ็น
- เอกซเรย์ เพื่อแยกโรคข้ออื่นๆ ที่อาจมีร่วม
แนวทางการรักษาโรคเดอรกาแวง
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
- เหมาะกับผู้ที่เป็นในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง
- พักการใช้งานข้อมือและนิ้วโป้ง
- ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือและนิ้วโป้ง
- รับประทานยาลดการอักเสบตามแพทย์สั่ง
- กายภาพบำบัดและยืดเส้นเอ็น
- การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (ในรายที่เหมาะสม)
การรักษาแบบผ่าตัด
ในกรณีที่อาการรุนแรง
- รักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น
- ปวดเรื้อรังและกระทบการใช้ชีวิต
แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเล็ก เพื่อเปิดปลอกหุ้มเส้นเอ็น ลดการกดทับ ช่วยให้เส้นเอ็นเคลื่อนไหวได้ปกติ
การดูแลตัวเองและการป้องกันโรคเดอรกาแวง
- หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมือซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ปรับท่าทางการใช้โทรศัพท์ เมาส์ และคีย์บอร์ด
- พักมือเป็นระยะระหว่างทำงาน
- บริหารข้อมือและนิ้วโป้งอย่างสม่ำเสมอ
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเก๊าท์ และเบาหวาน
- หากเริ่มปวด อย่าฝืนใช้งาน
เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดข้อมือนานเกิน 1–2 สัปดาห์
- อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
- ใช้งานมือได้น้อยลง
- มีโรคข้อหรือโรคเก๊าท์ร่วมด้วย
- การรักษาเร็ว ช่วยลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรังและหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้
โรคเดอรกาแวงเป็นโรคของเส้นเอ็นข้อมือที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน หากรู้จักอาการเตือนและดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้หายเร็ว ลดความเจ็บปวด และกลับมาใช้งานมือได้ตามปกติ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้งานข้อมืออย่างเหมาะสมและไม่ละเลยอาการผิดปกติ

