fbpx

โรคเดอรกาแวง คือโรคอะไร ป้องกันอย่างไร? รู้ทันอาการเตือนก่อนปวดข้อมือเรื้อรัง

อาการปวดข้อมือด้านนิ้วโป้ง จับของไม่ถนัด บิดขวดหรือหยิบของแล้วเจ็บ อาจไม่ใช่แค่อาการเมื่อยธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของ “โรคเดอรกาแวง” (De Quervain’s Tenosynovitis) ซึ่งพบได้บ่อยในคนวัยทำงาน แม่หลังคลอด ผู้ใช้สมาร์ตโฟน หรือผู้ที่ใช้ข้อมือซ้ำๆ เป็นเวลานาน
 
หากปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง การอักเสบรุนแรง และการใช้งานมือที่ลดลง บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า โรคเดอรกาแวงคือโรคอะไร ป้องกันอย่างไร พร้อมอาการเตือน วิธีรักษา และแนวทางดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
 

โรคเดอรกาแวงคืออะไร และเกิดจากอะไร

ความหมายของโรคเดอรกาแวง

โรคเดอรกาแวง คือภาวะที่ ปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้งเกิดการอักเสบ ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนไหวไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม และเจ็บเมื่อขยับข้อมือหรือนิ้วโป้ง
 
เส้นเอ็นที่ได้รับผลกระทบมีหน้าที่ช่วยในการกางและยกนิ้วโป้ง ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เราใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคเดอรกาแวง

การใช้ข้อมือและนิ้วโป้งซ้ำๆ เช่น
  • เล่นโทรศัพท์มือถือ
  • ใช้เมาส์ คีย์บอร์ด
  • อุ้มเด็ก
  • การออกแรงบิดหรือจับของแน่นเป็นเวลานาน
  • การอักเสบของเส้นเอ็นจากการใช้งานผิดท่า
  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น
    • โรคข้ออักเสบ
    • โรคเก๊าท์
    • เบาหวาน
    • ในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ การอักเสบของข้อและเส้นเอ็นอาจเกิดร่วมกัน ทำให้มีโอกาสเกิดโรคเดอรกาแวงได้ง่ายขึ้น
 

อาการและสัญญาณเตือนของโรคเดอรกาแวง

อาการของโรคเดอรกาแวงมักค่อยๆ เป็นมากขึ้น หากรู้ทันตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้รักษาได้ง่ายและหายเร็ว
  • อาการที่พบบ่อย
    • ปวดข้อมือด้านนิ้วโป้ง
    • เจ็บเมื่อกำมือ หรือกางนิ้วโป้ง
    • ปวดเวลาบิดขวด เปิดฝา หรือหยิบของ
    • ข้อมือบวม กดเจ็บ
  • สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
    • ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ แม้พักแล้วไม่ดีขึ้น
    • ปวดร้าวจากข้อมือไปที่ปลายแขน
    • ข้อมือฝืด เคลื่อนไหวลำบาก
    • ใช้งานมือได้น้อยลงในชีวิตประจำวัน
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันการอักเสบเรื้อรัง
 

การวินิจฉัยโรคเดอรกาแวง

แพทย์จะวินิจฉัยจาก
  • การซักประวัติการใช้งานข้อมือ
  • การตรวจร่างกายและการเคลื่อนไหว
  • การทดสอบเฉพาะ เช่น การงอนิ้วโป้งแล้วบิดข้อมือ (Finkelstein test)
  • ในบางกรณี อาจใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น
    • อัลตราซาวด์ เพื่อดูการอักเสบของเส้นเอ็น
    • เอกซเรย์ เพื่อแยกโรคข้ออื่นๆ ที่อาจมีร่วม
 

แนวทางการรักษาโรคเดอรกาแวง

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  • เหมาะกับผู้ที่เป็นในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง
  • พักการใช้งานข้อมือและนิ้วโป้ง
  • ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือและนิ้วโป้ง
  • รับประทานยาลดการอักเสบตามแพทย์สั่ง
  • กายภาพบำบัดและยืดเส้นเอ็น
  • การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (ในรายที่เหมาะสม)
 

การรักษาแบบผ่าตัด

ในกรณีที่อาการรุนแรง
 
  • รักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น
  • ปวดเรื้อรังและกระทบการใช้ชีวิต
แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเล็ก เพื่อเปิดปลอกหุ้มเส้นเอ็น ลดการกดทับ ช่วยให้เส้นเอ็นเคลื่อนไหวได้ปกติ
 

การดูแลตัวเองและการป้องกันโรคเดอรกาแวง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมือซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ปรับท่าทางการใช้โทรศัพท์ เมาส์ และคีย์บอร์ด
  • พักมือเป็นระยะระหว่างทำงาน
  • บริหารข้อมือและนิ้วโป้งอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเก๊าท์ และเบาหวาน
  • หากเริ่มปวด อย่าฝืนใช้งาน
 

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปวดข้อมือนานเกิน 1–2 สัปดาห์
  • อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
  • ใช้งานมือได้น้อยลง
  • มีโรคข้อหรือโรคเก๊าท์ร่วมด้วย
  • การรักษาเร็ว ช่วยลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรังและหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้
 
 
 
โรคเดอรกาแวงเป็นโรคของเส้นเอ็นข้อมือที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน หากรู้จักอาการเตือนและดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้หายเร็ว ลดความเจ็บปวด และกลับมาใช้งานมือได้ตามปกติ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้งานข้อมืออย่างเหมาะสมและไม่ละเลยอาการผิดปกติ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *