fbpx

การจัดกระดูกที่ถูกต้องคืออะไร? รู้จักอาการ สัญญาณเตือน และความเสี่ยงหากทำผิดวิธี

เมื่อมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดบ่าไหล่ หรือปวดข้อ หลายคนมักนึกถึง “การจัดกระดูก” เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้หายเร็ว เห็นผลไว และไม่ต้องใช้ยา แต่ในความเป็นจริง การจัดกระดูกไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่เหมาะกับทุกคน หากทำไม่ถูกวิธี หรือทำในผู้ที่มีโรคข้อและกระดูกแฝงอยู่ อาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า การจัดกระดูกที่ถูกต้องคืออะไร, ใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ, อาการและสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม รวมถึงแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ

การจัดกระดูกคืออะไร และมีกี่รูปแบบ

ความหมายของการจัดกระดูก

การจัดกระดูก คือการใช้แรงดึง ดัด หรือขยับข้อต่อและกระดูก เพื่อปรับแนวการเคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงปกติ มักใช้ในผู้ที่มีภาวะ
  • ข้อติด
  • กล้ามเนื้อตึง
  • การเคลื่อนไหวของข้อจำกัด
  • อย่างไรก็ตาม การจัดกระดูก ไม่ใช่การรักษาโรคโครงสร้างกระดูกทุกชนิด

การจัดกระดูกที่ถูกต้อง vs การจัดกระดูกผิดวิธี

  • การจัดกระดูกที่ถูกต้อง ต้องอาศัย
  • ความรู้ทางกายวิภาค
  • การประเมินอาการก่อนทำ
  • ความเข้าใจโรคประจำตัวของผู้ป่วย
  • ในขณะที่ การจัดกระดูกผิดวิธี มักเกิดจาก
  • ใช้แรงมากเกินไป
  • ไม่ตรวจวินิจฉัยก่อน
  • ทำในผู้ที่มีข้ออักเสบหรือกระดูกเสื่อม
  • ซึ่งอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บที่รุนแรงกว่าเดิม

อาการและสัญญาณเตือนที่บอกว่า “ไม่ควรจัดกระดูก”

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงการจัดกระดูกทันทีและปรึกษาแพทย์
  • ปวดข้อร่วมกับข้อบวม แดง ร้อน
  • ปวดเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดร้าวลงแขนหรือขา
  • มีอาการชา อ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อไม่มีแรง
  • มีประวัติโรคเก๊าท์ ข้อเสื่อม หรือรูมาตอยด์
  • เคยได้รับอุบัติเหตุรุนแรง เช่น หกล้ม รถชน
👉 อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึง ข้ออักเสบ เส้นประสาทถูกกดทับ หรือกระดูกมีความเปราะบาง ซึ่งการจัดกระดูกอาจยิ่งทำให้เกิดอันตราย

ทำไมการจัดกระดูกผิดวิธีจึงเสี่ยงอันตราย

เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของข้อและเส้นเอ็น

  • การใช้แรงดึงหรือบิดข้อแรงเกินไป อาจทำให้
  • เส้นเอ็นฉีกขาด
  • ข้ออักเสบรุนแรงขึ้น
  • เกิดภาวะข้อหลวมในระยะยาว

อันตรายในผู้ป่วยโรคข้อและโรคเก๊าท์

ในผู้ป่วยโรคเก๊าท์หรือข้อเสื่อม ข้อจะมีการอักเสบหรือโครงสร้างเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว การจัดกระดูกอาจ
  • กระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบ
  • ทำให้ปวดมากขึ้น
  • เพิ่มความเสียหายของผิวข้อ

เสี่ยงต่อระบบประสาท

หากจัดกระดูกบริเวณคอหรือหลังโดยไม่ถูกต้อง อาจเกิด
  • เส้นประสาทถูกกดทับ
  • อาการชา อ่อนแรง
  • ปวดเรื้อรังในระยะยาว

การวินิจฉัยก่อนจัดกระดูก สำคัญอย่างไร

การจัดกระดูกที่ปลอดภัยต้องเริ่มจาก การวินิจฉัยที่ถูกต้อง โดยแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งอาจประกอบด้วย
  • การซักประวัติอาการอย่างละเอียด
  • การตรวจร่างกายระบบข้อและกล้ามเนื้อ
  • การเอกซเรย์ หรือ MRI ในกรณีจำเป็น
  • การตรวจเลือด (เช่น กรดยูริกในผู้สงสัยโรคเก๊าท์)
  • การประเมินเหล่านี้ช่วยให้ทราบว่า อาการปวดเหมาะกับการจัดกระดูกหรือไม่

แนวทางการรักษาที่ปลอดภัยกว่าการจัดกระดูก

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  • ยาลดอักเสบและยาคลายกล้ามเนื้อ (ภายใต้แพทย์ดูแล)
  • กายภาพบำบัดเฉพาะจุด
  • การยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี
  • การปรับท่าทางการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การรักษาแบบเฉพาะทาง

  • การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะตำแหน่ง
  • การรักษาโรคเก๊าท์ด้วยการควบคุมระดับกรดยูริก
  • โปรแกรมฟื้นฟูข้อและกล้ามเนื้อระยะยาว

การดูแลตัวเองและการป้องกันในชีวิตประจำวัน

  • หลีกเลี่ยงการจัดกระดูกโดยไม่ทราบสาเหตุของอาการ
  • หากปวดเกิน 2–3 วัน ควรพบแพทย์
  • ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อรอบข้อ
  • ควบคุมน้ำหนัก ลดแรงกดต่อข้อ
  • ปรับท่าทางการนั่ง ยืน และยกของ

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อเรื้อรัง
  • ปวดซ้ำ แม้เคยจัดกระดูกแล้ว
  • มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับข้อหรือกระดูก
  • ปวดจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
การจัดกระดูกอาจช่วยบรรเทาอาการได้ในบางกรณี แต่ ไม่ใช่วิธีรักษาที่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคข้อ กระดูก หรือกล้ามเนื้อแฝงอยู่ การจัดกระดูกที่ถูกต้องต้องอาศัยการประเมินอย่างรอบคอบจากผู้เชี่ยวชาญ การรู้เท่าทันอาการและสัญญาณเตือนจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *