fbpx

เมื่อยล้าจากการนั่งเก้าอี้ทำงาน : สัญญาณเตือนอาการปวดเรื้อรังที่คนทำงานไม่ควรมองข้าม

ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่ต้องใช้เวลานั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง อาการ เมื่อยล้าจากการนั่งเก้าอี้ทำงาน กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน หลายคนมองว่าเป็นเพียงอาการปวดเมื่อยธรรมดา พักสักหน่อยก็หาย แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหากล้ามเนื้อและข้อที่กำลังสะสม และอาจพัฒนาไปสู่ภาวะปวดเรื้อรังหรือ Office Syndrome ได้ในระยะยาว
 
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าอาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานเกิดจากอะไร มีอาการเตือนแบบไหนที่ไม่ควรละเลย และควรดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต
 

สาเหตุของอาการเมื่อยล้าจากการนั่งเก้าอี้ทำงาน

ท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสม

 
การนั่งหลังค่อม ก้มคอ ยื่นศีรษะไปด้านหน้า หรือพิงพนักไม่เต็มหลัง ล้วนทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และหลัง ต้องทำงานหนักเกินปกติ ส่งผลให้เกิดอาการล้าและตึงตัวของกล้ามเนื้อ
 

การนั่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน

แม้จะนั่งในท่าที่ถูกต้อง แต่หากนั่งติดต่อกันนานหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ กล้ามเนื้อจะขาดการเคลื่อนไหว เลือดไหลเวียนไม่ดี ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดสะสม
 

อาการและสัญญาณเตือนที่คุณควรรู้

 
อาการเมื่อยล้าจากการนั่งเก้าอี้ทำงานอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อย และค่อยๆ รุนแรงขึ้น หากพบอาการเหล่านี้บ่อย ควรเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

อาการที่พบบ่อย
  • ปวดคอ บ่า ไหล่
  • ปวดหลังส่วนบนหรือหลังส่วนล่าง
  • รู้สึกตึง แข็ง หรือเมื่อยล้ากล้ามเนื้อ
  • ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อคอเกร็ง
 
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
  • ปวดเมื่อยทุกวัน แม้พักแล้วไม่หาย
  • ปวดร้าวลงแขนหรือสะบัก
  • ชาหรืออ่อนแรงที่แขน มือ หรือหลัง
  • ปวดจนรบกวนการทำงานและการนอนหลับ
 
อาการเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ Office Syndrome หรือปัญหากระดูกและกล้ามเนื้อเรื้อรัง
 

การวินิจฉัยและการตรวจเบื้องต้น

 
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติการทำงาน ลักษณะท่าทางการนั่ง ระยะเวลาการใช้งานคอมพิวเตอร์ และอาการปวดที่เป็นอยู่ จากนั้นจะตรวจร่างกายเพื่อประเมิน
  • ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ
  • ช่วงการเคลื่อนไหวของคอ หลัง และไหล่
  • การกดเจ็บหรือจุดปวดเฉพาะตำแหน่ง
ในบางรายที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ หรือ MRI เพื่อแยกโรคกระดูกและข้ออื่นๆ
 

แนวทางการรักษาเมื่อยล้าจากการนั่งเก้าอี้ทำงาน

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  • เป็นแนวทางหลักและได้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่
  • การปรับท่านั่งและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • กายภาพบำบัดเพื่อคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรง
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
  • การใช้ยาบรรเทาปวดหรือยาลดการอักเสบตามดุลยพินิจแพทย์
 

การรักษาแบบเฉพาะทาง

ในกรณีที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณา
 
  • การฉีดยาเฉพาะจุด
  • โปรแกรมฟื้นฟูกล้ามเนื้อเฉพาะบุคคล
  • การรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ
 

การดูแลตัวเองและการป้องกันในชีวิตประจำวัน

การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนทำงานออฟฟิศ
  • ปรับเก้าอี้ให้หลังตรง เท้าวางราบกับพื้น
  • จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ระดับสายตา
  • ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30–60 นาที
  • ยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ระหว่างวัน
  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัว
  • หลีกเลี่ยงการนั่งทำงานต่อเนื่องยาวนานโดยไม่พัก
 

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • มีอาการปวดเมื่อยติดต่อกันเกิน 2–3 สัปดาห์
  • ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย
  • ปวดจนกระทบการทำงานและชีวิตประจำวัน
 
การพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันการเกิดอาการเรื้อรังและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
 
 
 
อาการเมื่อยล้าจากการนั่งเก้าอี้ทำงานไม่ใช่เรื่องเล็ก หากละเลยอาจนำไปสู่ปัญหากล้ามเนื้อและข้อเรื้อรังได้ การรู้เท่าทันสัญญาณเตือน ปรับพฤติกรรมการทำงาน และดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *