fbpx

น้ำซุปกระดูก อันตรายกับผู้ป่วยโรคเก๊าท์จริงหรือ? สิ่งที่ควรรู้ก่อนดื่ม

น้ำซุปกระดูกหรือซุปต้มกระดูก เป็นอาหารที่หลายคนเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงข้อ กระดูก และร่างกาย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ อาหารชนิดนี้อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด
 
เนื่องจากกระบวนการเคี่ยวกระดูกเป็นเวลานาน จะทำให้สารพิวรีนจากกระดูกและเนื้อสัตว์ละลายออกมาในน้ำซุป ซึ่งอาจทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น และกระตุ้นให้โรคเก๊าท์กำเริบได้ บทความนี้จะอธิบายอย่างชัดเจนว่า น้ำซุปกระดูกอันตรายกับผู้ป่วยโรคเก๊าท์อย่างไร พร้อมสัญญาณเตือนและวิธีดูแลตัวเอง
 

น้ำซุปกระดูกเกี่ยวข้องกับโรคเก๊าท์อย่างไร

พิวรีนสูงจากการเคี่ยวกระดูก

 
พิวรีนเป็นสารธรรมชาติที่พบในเซลล์ของสัตว์ เมื่อร่างกายย่อยพิวรีน จะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก
 
การเคี่ยวกระดูกเป็นเวลาหลายชั่วโมง เช่น ซุปกระดูกหมู ซุปเนื้อ หรือซุปเครื่องใน จะทำให้พิวรีนเข้มข้นในน้ำซุปมากกว่าการกินเนื้อสัตว์ธรรมดาเสียอีก
 

ทำไมกรดยูริกสูงจึงอันตราย

 
เมื่อกรดยูริกในเลือดสูง ร่างกายจะไม่สามารถขับออกได้ทัน ทำให้เกิดผลึกยูริกสะสมในข้อ ส่งผลให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง
 
โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติโรคเก๊าท์อยู่แล้ว น้ำซุปกระดูกอาจเป็น “ตัวกระตุ้น” ให้เกิดอาการกำเริบแบบเฉียบพลันได้
 

อาการและสัญญาณเตือนหลังรับประทานน้ำซุปกระดูก

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วันหลังรับประทานอาหารพิวรีนสูง
 
สัญญาณเตือนที่พบบ่อย
  • ปวดข้ออย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  • ข้อบวม แดง ร้อน กดเจ็บ
  • ปวดมากจนเดินลำบาก
  • ข้อที่พบบ่อยคือ โคนนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า เข่า
  • อาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย
อาการในระยะเริ่มต้น
  • รู้สึกตึงหรือระคายที่ข้อก่อนปวดจริง
  • ข้อไวต่อการสัมผัส
  • ปวดเป็นๆ หายๆ
  • เคยมีประวัติเก๊าท์กำเริบมาก่อน
 
หากมีอาการเหล่านี้หลังรับประทานน้ำซุปกระดูก ควรสงสัยว่าอาจเป็นการกระตุ้นของโรคเก๊าท์
 

การวินิจฉัยเมื่อสงสัยว่าเก๊าท์กำเริบจากอาหาร

แพทย์จะประเมินจากหลายปัจจัย ได้แก่
  • ประวัติการรับประทานอาหารพิวรีนสูง
  • ลักษณะอาการปวดข้อ
  • การตรวจร่างกาย
  • ตรวจเลือดวัดระดับกรดยูริก
 
ในบางกรณี อาจตรวจน้ำในข้อเพื่อยืนยัน
การวินิจฉัยที่ถูกต้องมีความสำคัญ เพราะอาการปวดข้ออาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน
 

แนวทางการรักษาเมื่อโรคเก๊าท์กำเริบ

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (แนวทางหลัก)

  • ให้ยาลดการอักเสบเพื่อลดปวด
  • ยาควบคุมกรดยูริกในระยะยาว (ตามดุลยพินิจแพทย์)
  • พักข้อ ลดการใช้งาน
  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม
  • การรักษาเร็วช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการได้มาก
 

ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยไว้

หากกำเริบบ่อยโดยไม่ควบคุม อาจเกิด
  • ข้ออักเสบเรื้อรัง
  • ข้อเสียหายถาวร
  • ก้อนโทฟัส (ก้อนยูริกใต้ผิวหนัง)
  • ภาวะไตเสื่อม
 

การดูแลตัวเองและการป้องกันสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์

ควรหลีกเลี่ยง
  • น้ำซุปกระดูกเข้มข้น
  • เครื่องในสัตว์
  • เนื้อแดงและอาหารทะเลบางชนิด
  • แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
ควรปฏิบัติ
  • ดื่มน้ำมากพอ ช่วยขับกรดยูริก
  • เลือกโปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลา เนื้อขาว เต้าหู้
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
ผู้ป่วยบางรายสามารถทานอาหารได้หลากหลายขึ้น หากควบคุมกรดยูริกได้ดี
 

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ควรรีบปรึกษาแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้
  • ปวดข้อรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดข้อหลังรับประทานอาหารพิวรีนสูง
  • ข้อบวมแดงร้อนชัดเจน
  • เดินลำบาก
  • โรคเก๊าท์กำเริบบ่อย
การรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
 
 
 
แม้น้ำซุปกระดูกจะดูเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์แล้ว อาจเป็นอาหารที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีพิวรีนเข้มข้นจากการเคี่ยวกระดูกเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถเพิ่มระดับกรดยูริกและกระตุ้นให้โรคกำเริบได้
 
การรู้จักหลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยง พร้อมควบคุมระดับกรดยูริกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยเก๊าท์ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ลดอาการปวด และป้องกันการทำลายข้อในระยะยาว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *